[FIC] Breath of the Black Dragon : Ch4

posted on 06 Dec 2011 13:21 by taecwoo-world  in BreathOfTheBlackDragon
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title : Breath of The Black Dragon

Author : kumameaw

Beta reader : Shin-Dragon

Fandom : 2PM

Paring : Taecyeon x Wooyoung  & Chansung x Junho

Genre : Dark Romance

 

 

 

Note :: หายไปนานเลย เหะๆๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

Chapter 4 : Distraught

 

 

 

น้ำตาไหลออกมาไม่ยอมหยุด ตรงช่วงท้องรู้สึกจุกจนแทบขยับตัวไม่ได้ ทำได้เพียงนอนหายใจอย่างโรยแรงปล่อยให้สัมผัสที่น่ารังเกียจละเลงลงบนแผ่นอกอย่างไม่หยุดยั้ง

 

ก่อนที่ไอ้คนตรงกลางจะได้ทันได้ปลดเข็มขัดเขาออก เสียงปืนก็ดังลั่นขึ้นจนเหล่าชายฉกรรจ์ผละหนีออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว

 

จางอูยองนอนหมดแรงจนแทบสิ้นสติ แต่ทันใดนั้นมือของใครก็ไม่รู้คว้าเข้าที่ต้นแขนขาวและกระชากให้เขาลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะถูกลากไปพิงหลบอยู่กับถังน้ำมันเก่าๆและผละออกไป อูยองมองภาพเหล่านั้นอย่าพร่าเบลอแต่เพราะความคุ้นเคยกับลักษณะท่าทางของคนที่มาช่วย เขากลับจำได้ดีว่าคนที่ยืนหันหลังให้เขาคนนี้คือใคร

 

 

 

“แทคยอน..ฮึก!..”

 

“หุบปาก!! ฉันจะไปสั่งสอนเธอที่บ้าน หลังจากที่ฆ่าไอ้พวกเศษสวะนี่เสร็จ!!”

 

 

ตะคอกใส่ ทั้งๆที่ยืนหันหลังให้

 

 

น้ำตาไหลอาบแก้มกลมๆจนเลอะไปทั่วหน้า อีจุนโฮวิ่งเข้ามาหาแล้วจัดการถอดเสื้อเชิ้ตคลุมร่างที่ด้านบนเปลือยเปล่าให้ อูยองโผกอดมือขวาหัวหน้าแก็งค์มาเฟียอย่างเสียขวัญ จุนโฮผละออกแล้วหันไปมองกลุ่มลูกน้องที่จับผู้ชายห้าคนนั้นมากองรวมกันอยู่บนพื้น สภาพแต่ละคนแทบไม่หลงเหลือความเป็นนักเลงอยู่เลย และยิ่งนายของเขายิ่งไม่ต้องพูด ที่จุนโฮกอดอูยองเอาไว้แบบนี้เพราะไม่อยากให้คุณอูยองได้เห็นแทคยอนในอารมณ์นี้จริงๆ

 

 

ราวกับมังกรสีดำขนาดใหญ่ยักษ์ที่จ้องจะเขมือบร่างของเหยื่อแล้วฉีกออกเป็นชิ้นๆ!!

 

 

 

“จุนโฮ ส่งปืนมา”

 

 

แล้วก็ต้องปล่อยให้คุณอูยองนั่งอยู่คนเดียวจนได้ ปืนพกของจุนโฮ ที่เมื่อก่อนมันเคยเป็นของแทคยอน แต่พอได้รับตำแหน่งมือขวา สิ่งนี้กลับเป็นของขวัญที่อีกฝ่ายมอบให้ มันช่างล้ำค่ามากสำหรับคนอย่างอีจุนโฮที่จะได้รับสิ่งสำคัญจากหัวหน้าพรรค และนานๆทีเจ้านายของเขาจะเรียกขอยืมไปใช้เพราะต้องการที่จะฆ่าคนที่โชคร้ายคนนั้นอย่างเลือดเย็น

 

 

 

“พวกมึงทั้งห้าคน ไปคุกเข่าขอโทษเด็กคนนั้นซะ! เร็ว!!”

 

 

ปากกระบอกปืนที่ชี้ลงไปยังพวกคนที่นอนกองกันร้องโอดโอยไม่มีทีท่าว่าจะลังเลหรือสั่นระริกเลยสักนิด มันแน่วแน่และพร้อมจะเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ

 

 

จางอูยองนั่งชันเข่าตัวสั่นมองผู้ชายทั้งห้าคนที่ค่อยๆคลานเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองคนที่ออกคำสั่งเมื่อครู่ อ๊กแทคยอนเวลานี้น่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวจนอูยองอยากจะวิ่งหนีไปไกลๆ ตาคมปราดมองมายังคนตัวเล็กที่นั่งตัวสั่นอยู่จนคนถูกมองสะดุ้งตกใจหลบสายตาแทบไม่ทัน

 

อูยองมองผู้ชายห้าคนที่เกือบจะรุมข่มขืนเขาเมื่อครู่ค่อยๆก้มหัวขอโทษจนหน้าผากติดพื้นดินทีละคนๆ แต่ละคนสภาพแทบดูไม่ได้เลย ลูกน้องของแทคยอนนับว่าทำงานได้ดีมาก ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็สามารถซัดไอ้พวกนี้จมกองเลือดได้ไม่ยากเลยทีเดียว

 

ในขณะที่อูยองกำลังจะลุกขึ้นไปหาจุนโฮที่ยืนอยู่ถัดไปอีกสองสามก้าว..

 

 

ปัง!!

 

 

เสียงปืนนัดแรกดังลั่นขึ้นพร้อมร่างของผู้ชายคนแรกทรุดฮวบลงกับพื้น อูยองหมดแรงจะพยุงตัวปล่อยให้ตัวเองทิ้งตัวลงนั่งชันเข่าตัวสั่นอยู่เช่นเดิม ร่างเล็กสั่นยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อศพของผู้ชายคนนั้นนอนลงใกล้ๆกับปลายเท้า รอยกระสุนเจาะเข้าที่กลางศรีษะพอดี

 

 

ปัง!!

 

นัดที่สองสังเวยแด่ชายอีกคน

 

 

 

“ฮือ...ฮือ..~”

 

อูยองร้องไห้หนักขึ้นและพยายามงอตัวจนหน้าอกชิดกับต้นขาที่งอเข้ามา ภาพของคนที่ถูกยิงตายอย่างเลือดเย็นล้มลงต่อหน้าทำให้คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหยุดไม่อยู่ แข่งกับเสียงร้องวิงวอนขอมีชีวิตรอดของชายอีกสามคน ที่ชะตาชีวิตกำลังจะขาดสะบั้นลง

 

อูยองไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองแทคยอนเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

 

ปัง!!

 

 

“อ๊ากกกก!!! พอแล้ว!! ฮึก..พอที..ฮือ..”

 

อูยองทั้งหลับตาร้องไห้ทั้งเอามือปิดหู ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากจะเห็น และไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ทำไมชีวิตเขามันถึงได้โหดร้ายเช่นนี้ ทำไมเขาต้องถูกดึงเข้ามาพัวพันกับโลกที่โหดร้ายทารุณแบบนี้ด้วย ถึงแม้พวกผู้ชายเหล่านี้จะทำร้ายเขา ก็แค่จับส่งตำรวจให้ทางการจัดการไม่ดีกว่าหรือ ทำไมต้องฆ่ากันแบบนี้..

 

 

ปัง!!

 

 

“ทำไมต้องฆ่ากันด้วย!!..ฮือ..ทำไม..ได้โปรดเถอะ..ฮือ..ผมกลัวแล้ว..”

 

 

แทคยอนลดปืนลง ไอ้ผู้ชายคนสุดท้ายก้มหัวจนหน้าผากติดพื้น ตัวสั่นงันงกเพราะความกลัวจับใจ แทคยอนคว้าเข้าที่คอเสื้อด้านหลังของมัน ก่อนจะลากมันมาใกล้ๆอูยอง ชายหนุ่มย่อตัวลงนั่ง ลำแขนแกร่งที่มือถือปืนเอาไว้โอบกอดรอบคออูยองจนร่างเล็กขยับเข้ามาใกล้ๆอกแกร่ง

 

อูยองเงยหน้ามอง เห็นชายคนที่เคยนั่งแทรกหว่างขาเขามีใบหน้าหวาดกลัวสุดขีด ในตาสั่นระริกเบิกกว้างจนลูกตาแทบถลนออกมา อูยองตกใจเพราะใบหน้าของชายคนนั้นที่ถูกมืออีกข้างของแทคยอนหิ้วคอเสื้ออยู่มันอยู่ใกล้เขาแค่ไม่กี่นิ้ว คนตัวเล็กหลับตาซุกหน้าเข้าไปในอกแกร่ง มือเล็กขยุ้มเข้าที่สาบเสื้อคนตัวสูงจนยับ

 

 

 

“บอกฉันมาอูยอง.. ไอ้สารเลวนี่มันทำอะไรเธอบ้าง”

 

 

น้ำเสียงแหบพร่าของแทคยอนฟังดูเยือกเย็นจนอูยองสะอื้นฮักในอ้อมกอด ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากออกไป จนแขนที่โอบเขาเอาไว้กระชับแน่นขึ้น ปลายปากกระบอกปืนถูกยัดเข้าปากชายคนนั้นทันที!

 

 

“อึ่ก!! อื้อ..อื้อ!!”

 

“ท..แทคยอน!!”

 

“บอกฉันมา ว่ามันทำอะไรบ้าง!!”

 

“ปล่อยเขาไปเถอะ”

 

“จางอูยอง!!”

 

“จ..จูบหน้าอก!”  อูยองหลับหูหลับตาตอบด้วยความตกใจ

 

“แล้ว?”

 

“ชกท้อง ฮึก..แทคยอน..ฮือ..”

 

 

 

ปัง!! ปัง! ปัง!!

 

 

กระสุนสามนัดพุ่งเข้าสู่ปากทะลุกะโหลกศรีษะด้านหลัง เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นมาโดนใบหน้าทั้งคู่ อูยองกรีดร้องแทบสิ้นสติเมื่อชายคนนั้นล้มลงไปต่อหน้าต่อตา ลมหายใจของคนตัวเล็กแทบขาดห้วง ก่อนจะถูกกระชากให้ลุกขึ้น แต่แขนขาไร้เรี่ยวแรงจนหยัดยืนด้วยตัวเองไม่ได้ ร่างสูงทั้งออกแรงถูลากถูกังออกมาจากกองเลือดของคนพวกนั้น อูยองมองกลับมายังศพของชายเหล่านั้นที่นอนตายอย่างน่าเวทนา

 

 

 

“จุนโฮ ฝากเก็บให้เรียบร้อย ฉันจะพาเด็กไม่รักดีกลับไปสั่งสอนที่บ้าน”

 

“ครับ”

 

 

จุนโฮอดมองตามคนที่ถูกลากออกไปด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

 

เขาอยากจะเข้าไปช่วย แต่ทุกคนในพรรคต่างก็รู้ดีว่า หากแทคยอนกำลังโมโห อย่าได้ยื่นมือเข้าไปสอด ไม่งั้นจะโดนดี จุนโฮยังนึกไปถึงตอนที่ก่อนจะออกมาตามหาคุณอูยองเลย ลูกน้องที่ดูแลที่บ้านตอนนี้ถูกไล่ออกจนเกือบหมด เหลือไว้เพียงคนรับใช้เก่าแก่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น

 

 

จางอูยองจะโดนทำโทษยังไงบ้างเขาไม่กล้าที่จะนึกเลย

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

“โอ้ย!! ผมเจ็บนะแทคยอน”

 

ทันทีที่รถจอดเทียบหน้าบันไดทางขึ้นตัวคฤหาสน์ แทคยอนเปิดประตูรถแล้วลากคนที่เนื้อตัวสะบักสะบอมลงมาด้วยอย่างทุลักทุเล แทนที่จะพาเข้าบ้าน อ๊กแทคยอนลากคนตัวเล็กให้เดินตามออกมายังลานน้ำพุที่มีหินอ่อนแกะสลักเป็นรูปปั้นมังกรอยู่ตรงกลาง รอบๆมีน้ำใสเย็นที่ไหลจนเต็มบ่อ แทคยอนไม่รอช้า จับต้นแขนคนตัวเล็กที่เดินกะเผลกโซซัดโซเซเดินตามมาเหวี่ยงจนตัวลอยข้ามขอบบ่อ แล้วร่างที่เลอะคราบเลือดทั้งร่างก็ถูกผลักลงไปในบ่อน้ำพุอย่างไม่ใยดี

 

 

แทคยอนโมโห..

 

เขาโมโหมากที่ไม่ว่าจะทำยังไง จะสั่งสอนตักเตือนด้วยวิธีไหนจางอูยองก็ไม่เคยเชื่อฟัง

 

 

เขายืนมองคนที่พยายามตะเกียกตะกายตัวเองให้ลุกขึ้นเพื่อจะพาตัวเองมายังปากบ่อ อูยองกำลังจะทรงตัวลุกขึ้นยืนได้ก็ถูกแทคยอนผลักจนล้มลงไปเป็นครั้งที่สอง ร่างเล็กสำลักน้ำจนแสบจมูกแสบคอไปหมด ปากบางเผยอกว้างเพื่อกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด

 

อูยองไม่ยืนแล้วก็ได้

 

คนตัวเล็กนั่งหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน น้ำพุใสเย็นโอบอุ้มขึ้นมาจนถึงหน้าอก เสื้อที่จุนโฮเอาให้ใส่ก็บางจนแนบเนื้อ อูยองก้มหน้าลงอย่างเหนื่อยล้า อยากหายไปจากที่นี่ อยากตายๆไปเสียที ภาพคนถูกฆ่าอย่างเลือดเย็นยังหลอกหลอนอยู่เลย

 

 

 

“เงยหน้าขึ้นมา!”

 

“...................”

 

“ฉันบอกให้เงยหน้าขึ้นมา!!”

 

“ฮึก..เงยก็ได้ ไอ้คนใจร้าย! คุณมันใจร้ายที่สุดเลยแทคยอน!”

 

 

-ทั้งๆที่ผมเจ็บอยู่แท้ๆ ทั้งๆที่ผมหวาดกลัวอยู่แท้ๆ คุณกลับมองข้ามความรู้สึกของผมไป- 

 

 

“หุบปากนะ! กล้าดียังไงมาด่ามาว่าฉัน กล้าดียังไง!!”

 

“แล้วคุณล่ะ กล้าดียังไม่ไปฆ่าคนอย่างกับผักปลาแบบนั้น ถึงพวกเขาจะทำผิด แต่พวกเขาก็มีชีวิตจิตใจเหมือนคุณนะ!!”

 

“อ๋อ..ที่เถียงฉอดๆๆเนี่ย รู้สึกเสียใจที่ฉันจะฆ่าบรรดาผัวใหม่ของเธองั้นสิ!”

 

“คุณ!!”

 

“คราวหลังก็บอกกันก่อนก็ได้นะ ไม่ยักกะรู้ว่าเธอจะชอบคนชั้นต่ำขี้เหล้าเมายาพวกนั้น ถ้าชอบล่ะก็วันหลังจะพาไปแถวท่าเรือขนส่งของฉันเอาไหม มีอีกเป็นร้อยๆเลย!”

 

 

เพี๊ยะ!!

 

 

ใบหน้าคมสะบัดไปด้านข้างตามแรงฝ่ามือเล็ก ด้วยความโมโหจางอูยองใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มีดันตัวเองจนลุกขึ้นได้แล้วตบหน้าคนปากเสียไปเต็มแรง

 

 

 

“คุณมันใจร้ายจริงๆด้วย คุณมันไม่เคยนึกถึงจิตใจของคนอื่นเลย แม้กระทั่งจะพูดจาอะไร ก็ไม่สนใจคนรอบข้างเลยว่าเขาจะรู้สึกยังไง!!”

 

“จางอูยอง!!..”  ร่างเล็กถูกกระชากจนเซไปปะทะอกกว้าง “..กล้ามากนะที่ทำกับฉันแบบนี้”

 

“ผมก็แค่พูดในสิ่งที่มนุษย์คนนึงจะพูด..ฮึก.. .คุณมันปีศาจ แทคยอน..คุณมันไม่มีจิตใจ..โอ้ย!!..”

 

“ปีศาจงั้นหรือ.. งั้นคืนนี้เธอก็จงรับรู้เอาไว้เลยว่า เวลาปีศาจตนนี้มันโมโห มันเป็นยังไง!!!”

 

 

 

เมื่ออีกคนพูดจบก็จัดการลากคนตัวเล็กให้ขึ้นจากน้ำ จางอูยองที่ระบมไปทั้งตัวตอนนี้ได้แต่เซกะเผลกกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแรงดึงของคนที่อารมณ์โมโหร้าย แทคยอนตวาดใส่บรรดาแม่บ้านที่วิ่งเข้ามาเพื่อจะพูดจาให้เพลาๆมือกับคนที่ร่างกายแทบยืนไม่ได้ลงบ้าง แต่เจ้าของบ้านก็ไม่ได้สนใจ จัดการกระชากจนอีกคนตัวปลิวเดินตามเข้ามาในห้องทำงาน ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องที่ยืนอยู่หน้าประตูปิดประตูให้

 

อูยองถูกผลักมายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ คนตัวเล็กกัดปากกลั้นเสียงร้องด้วยเพราะแรงกระแทกระหว่างสะโพกเขาและขอบโต๊ะไม้เมื่อครู่ แทคยอนไม่รอช้าจับให้คนที่ร่างกายเปียกปอนหันหลังให้ ร่างสูงเบียดชิดเข้าหาจนเอวด้านหน้าติดกับขอบโต๊ะ อูยองเริ่มตัวสั่นสะท้านขึ้นด้วยความหวาดกลัวกับสิ่งที่จะตามมา

 

 

 

“เอามือเท้าลงบนโต๊ะซะสิ จะได้ไม่หมดแรงลงไปกองกับพื้นเสียก่อน” 

 

 

 

พอสิ้นคำพูดจาถากถางมือหนาเอื้อมมาด้านหน้าจัดการปลดเข็มขัดและตะขอกางเกงแล้วรั้งลงจากสะโพกอย่างรวดเร็ว อูยองยืนตัวสั่นสะอื้นขึ้นมาเบาๆจนกระทั่งแทคยอนถอดชั้นในของเขาตามออกไปด้วย มือหนาเคล้นคลึงสะโพกขาวมน บีบเน้นย้ำจนอีกคนต้องกัดปากกลั้นเสียงร้องเพราะความเจ็บปวด อูยองวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะไม้ในขณะที่อีกคนก็กำลังจัดการกับพันธนาการของตนเอง ช่วงล่างเปลือยเปล่าของแทคยอนเบียดเข้ามา อูยองหลับตาแน่น จนมือหนาจับต้นขาเขาทั้งสองข้างให้ขยับออกจากกันให้กว้างกว่าเดิม

 

 

 

“ฮึก..แทคยอน”

 

“สายไปแล้ว เธอต้องได้รับการสั่งสอนจากปีศาจอย่างฉัน จำเอาไว้นะเด็กดื้อ อย่าได้ทำมันอีกเป็นครั้งที่สอง”

 

“อื้อ!..อ๊า!!”

 

 

เมื่อความต้องการถาโถมเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว จางอูยองโน้มลงจนข้อศอกแนบกับหลังโต๊ะ ทุกจังหวะที่ถาโถมเข้ามาร่างกายเขาเจ็บปวดราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ

 

 

พลันน้ำตาหยดแรกหยดลงพื้นไม้สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่

 

จางอูยองคิดในใจว่า..

 

 

..อ๊กแทคยอนเห็นเขาเป็นตัวอะไร

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

ร่างเปลือยเปล่าที่ไร้เรี่ยวแรงถูกบรรจงวางลงบนที่นอนกว้างหนานุ่มที่คุ้นเคย คนตัวเล็กที่ไม่ได้สติหดตัวเข้าหากันโดยอัตโนมัตเมื่อร่างกายสัมผัสกับที่นอนนุ่มกลิ่นหอม แทคยอนเอื้อมมือไปลูบเบาๆที่กลุ่มผมที่ยังหมาดๆเพราะเมื่อครู่ทั้งสองคนเพิ่งจะออกมาจากห้องน้ำด้วยกัน หลังจากที่เขาลงโทษเด็กจอมดื้อรั้นในห้องน้ำไปในรอบที่สี่ จางอูยองก็หมดสติก่อนที่เขาจะปลดปล่อยความต้องการเข้าสู่ร่างกายครั้งสุดท้ายด้วยซ้ำ

 

ร่างน้อยขาวบางสั่นสะท้านขึ้นมาอีกหลายครั้ง ปากบางพึมพำละเมอราวกับคนเสียสติทำให้สายตาที่ทอดมองอ่อนโยนลง น้ำเสียงหวีดร้องระงมที่ดังก้องยังคงติดหู พร้อมทั้งเสียงทิ้งท้ายก่อนหมดสติที่เจือไปด้วยความสะอื้นด้วยความหวาดกลัว และรู้สึกผิดยังดังก้องในสมอง

 

 

“แทคยอน..อ๊า..ผมขอโทษ..ผมจะไม่ทำอีก..ฮึก..ผมขอโทษ~”

 

 

แล้วจางอูยองก็หมดสติไปทั้งๆที่แก่นกายของเขายังคงอยู่ในร่าง แทคยอนเกือบจะประคองร่างที่อ่อนปวกเปียกเอาไว้ไม่ทัน

 

 

ร่างสูงค่อยๆล้มตัวลงนอนข้างๆ ตวัดผ้าห่มมาคลุมร่างตนเองและคนตัวเล็กเอาไว้เพื่อผ่อนคลายความหนาวเหน็บ ก่อนจะรั้งให้แผ่นหลังของอีกคนมาแนบชิดกับหน้าอกของตนเอง สวมกอดด้วยความรักใคร่ ริมฝีปากหยักบรรจงจูบลงบนขมับของคนที่กำลังนอนสั่นสะท้านเบาๆ

 

 

“ฉันก็เหมือนกัน ขอโทษนะ”

 

 

 

กลางดึก หลายต่อหลายครั้งที่อูยองผวาร่างกายดิ้นหนีไปมา คนตัวเล็กในอ้อมกอดกำลังถูกภาพความเลวร้ายของวันตามหลอกหลอนแม้กระทั่งยามหลับ แทคยอนสวมกอดเอาไว้แน่น พร้อมทั้งพูดปลอบประโลมและลูบหัวอีกคนให้คลายจากฝันร้าย

 

แทคยอนรู้สึกว่าอุณหภูมิที่ตนสัมผัสได้จากผิวกายเปลือยเปล่าจะร้อนมากขึ้นผิดปกติ จึงลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้าแล้วจัดการเอาเสื้อผ้ามาสวมให้คนป่วยบ้าง เขาเดินไปกดอินเตอร์โฟนเรียกลูกน้อง แม่บ้าน หรือใครก็ตามที่เฝ้าเวรยามดึกให้นำผ้าและถังน้ำเล็กๆมาให้ พร้อมทั้งยาลดไข้และอะไรก็ตามที่จะช่วยบรรเทาให้คนตัวเล็กให้อาการดีขึ้น

 

สาวใช้ต่างกุลีกุจอรีบทำตามคำสั่ง จากนั้นเมื่อนำสิ่งของที่แทคยอนต้องการแล้วจึงพากันออกไปรอที่หน้าประตูห้องเผื่อจะถูกเรียกใช้อีก แทคยอนจึงสั่งให้จุนโฮที่เข้ามากับคนอื่นด้วยไปบอกให้ทุกคนไปพักผ่อน เพียงแต่พรุ่งนี้เช้าต้องเตรียมข้าวต้มร้อนๆเอาไว้ให้อูยอง จุนโฮรับคำและออกจากห้องนอนเจ้านายไปเป็นคนสุดท้าย

 

แทคยอนมองร่างขาวซีด ที่นอนปากสั่นตัวสั่นไม่ได้สติอยู่บนเตียง มือหนานำผ้าขนหนูผืนเล็กไปชุบน้ำแล้วบิดให้หมาดๆ แล้วนำมาเช็ดตัวให้กับคนป่วย

 

 

 

“อือ..”

 

 

คนตัวเล็กครางฮือเบาๆเมื่อผ้าที่เย็นแนบลงกับผิวที่ร้อน อูยองสะท้านขึ้นทั้งร่างและทุกครั้งที่แทคยอนเช็ดไปทั่วตัว พอเช็ดเสร็จแล้ว แทคยอนหยิบยาลดไข้และน้ำเปล่าขึ้นมา นำเม็ดยาเข้าไปในปาก ลำแขนแกร่งสอดเข้าไปหลังต้นคอให้คนป่วยยกใบหน้าขึ้นมานิดนึง ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่มเข้าปากตนเองอึกใหญ่ ใบหน้าคมก้มลงป้อนน้ำให้กับคนที่ไม่ได้สติแบบปากต่อปากจนรู้สึกว่า เม็ดยานั้นลงคอคนตัวเล็กแล้วจึงผละออกมา

 

ริมฝีปากค่อยๆจูบซับน้ำที่เลอะตามมุมปากอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจมูกโด่งจะไล้ไปตามสันคาง สูดดมความหอมจากพวงแก้มทั้งสองข้าง แล้วผละขึ้นมาหยิบเอาผ้าชุบน้ำอีกครั้ง บรรจงวางผ้าขนหนูหมาดๆลงบนหน้าผากมนที่มีอุณหภูมิสูง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างๆ สวมกอดคนที่นอนหนาวสั่นเพราะพิษไข้โดยไม่กลัวเกรงว่าตนเองจะป่วยตามไปด้วยอีกคน

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

จางอูยองค่อยๆกะพริบตาปริบๆให้ชินแสง เพียงแค่ร่างกายขยับพลิกตัวก็รู้สึกร้าวระบมไปหมด คนตัวเล็กกลอกตามองรอบๆห้องก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงกว้างในห้องนอนของแทคยอน ศีรษะเล็กทิ้งตัวลงกับหมอน ก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ทำไมเขาจะไม่รู้ว่า เหตุใดตนเองจึงมีสภาพแบบนี้ นอนซม ปวดหัว ตัวร้อน แถมยังระบมไปทั้งตัวอีก เหตุการณ์ที่ผ่านไปมันช่างโหดร้ายเหลือเกิน

 

 

แทคยอนทำ ราวกับเขาไม่ใช่คน 

 

 

 

“คุณอูยองฟื้นแล้วเหรอคะ?”

 

 

เสียงผู้หญิงมีอายุดังขึ้นจากข้างเตียงเรียกให้คนตัวเล็กหันไปมอง อูยองพบว่ามีสาวใช้และบรรดาลูกน้องของแทคยอนยืนอยู่เกือบสิบคนได้ หญิงสาวคนนั้นเดินมาหาเขาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น หยิบผ้าขนหนูหมาดๆออกจากหน้าผากเขา จากนั้นจึงหันไปพยักหน้าให้สาวใช้อีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆให้ส่งข้าวต้มร้อนๆในชามสีขาวมาให้

 

ลูกน้องคนหนึ่งยกโต๊ะเล็กมา จากนั้น สาวใช้อีกสองคนมาช่วยกันพยุงให้อูยองลุกขึ้นนั่งพิงกับหมอนเอาไว้ โต๊ะเล็กถูกตั้งคร่อมไว้ตรงหน้า ตามด้วยชามข้าวต้มที่ตามลงมา

 

 

 

“คุณอูยองทานอะไรสักนิดนะคะ สลบไปตั้งสองวัน คงจะหิวมาก”

 

“ส..สองวันเหรอครับ”

 

“ใช่ค่ะ สองวันเต็มๆเลย เจ้านายแทบไม่เป็นอันทำอะไรเลยค่ะ เฝ้าไข้ไม่ห่าง พาหมอมาตรวจ แล้วยังคอยป้อนน้ำป้อนยาตอนที่คุณอูยองไม่ได้สติด้วยนะคะ”

 

“ค..ครับ”

 

 

จริงเหรอ คนพรรค์นั้นเนี่ยนะจะมาดูแลคนอย่างเขา นึกว่าจะคอยแต่จะร้ายเขาเสียอีก แต่ที่แทคยอนทำไปคงกลัวว่าเขาจะตายก่อนที่พี่เจวอนจะมาใช้หนี้มากกว่า ไม่ได้ทำไปเพราะมีจิตสำนึกที่ดีหรอก

 

อูยองทานไปได้ครึ่งชามก็ขอหยุด เพราะกินไม่ค่อยลง ยาเม็ดเล็กถูกส่งมาให้พร้อมน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว จากนั้นคนตัวเล็กจึงขอตัวนอนพักคนเดียวโดยขอให้ทุกคนออกไปทำงานของตนซะไม่ต้องมาเสียเวลาเฝ้าไข้เขา แต่เหล่าคนใช้กลัวแทคยอนจะว่าเอาจึงไม่ยอมไปไหน อูยองจึงตัดสินให้อยู่ในห้องนี้แค่สองคนก็พอ

 

 

เมื่อแม่บ้านเช็ดตัวให้แล้ว คนตัวเล็กก็ยังไม่พอแค่นั้น

 

 

 

“ผมขออาบน้ำได้มั้ยครับ.. น้ำอุ่นก็ได้”

 

“แต่คุณอูยองเพิ่งไข้จะลดนะคะ เอาไว้ก่อนดีกว่าค่ะ”

 

“แต่ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวน่ะครับ ให้ผมอาบน้ำเถอะนะ”

 

“เอ่อ..รอคุณหมอมาตรวจตอนเย็นนี้และค่อยลองถามดู ดีกว่ามั้ยคะ”

 

“...............”

 

“คุณอูยอง คือพวกดิฉันเป็นห่วงจริงๆนะคะ”

 

“ก็ได้ครับ”

 

 

 

คนแก้มอูมหน้าหงอยลงทันตาจนสาวใช้ที่ยืนอยู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะเข้าไปโอ๋ยังไง ใบหน้างอง้ำแก้มยุ้ยกึ่งจะร้องไห้กึ่งจะหงุดหงิดนั้น ทำเอาทุกคนมองด้วยความเอ็นดู แต่แววตาใสแจ๋วที่หมองลงก็ทำเอาคนรอบข้างรู้สึกผิดไปเลยเหมือนกันที่เป็นต้นเหตุให้ประกายจากแววตาหม่นลง

 

 

 

“งั้นให้ดิฉันโทรถามเจ้านายให้เอามั้ยคะ?”

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมนอนแล้วก็ได้”

 

 

เหล่าสาวใช้ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ คุณอูยองทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทันทีที่พูดถึงเจ้านายที่ถูกเรียกตัวเข้าประชุมด่วนกับบอร์ดผู้บริหารระดับสูงของกิจการที่พรรคมังกรดำดูแลอยู่ พวกหล่อนอยากให้แทคยอนกลับมาเร็วๆเหลือเกิน อยากให้เจ้านายพวกเธอมากอดมาหอม มาคอยดูแลคนป่วยขี้น้อยใจคนนี้ เพราะพวกหล่อนไม่รู้จริงๆว่าจะรับมือกับคุณอูยองโหมดนี้ยังไง

 

เมื่ออูยองหัวถึงหมอนก็หลับไปอย่างง่ายดาย คงเพราะทานยาเข้าไปและร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หัวหน้าสาวใช้เดินมาขยับผ้าห่มให้ขึ้นมาคลุมถึงหน้าอกและทอดสายตามองคนที่หลับปุ๋ยเหมือนเด็กน้อยด้วยแววตาอ่อนโยน

 

 

ทั้งๆที่น่ารักน่าชังออกขนาดนี้ ทำไมเจ้านายถึงได้ทำร้ายได้ลงคอ

 

 

แต่ที่น่าแปลกใจ ทุกครั้งที่ถูกเรียกให้เข้ามารับใช้ เธอจะพบกับภาพที่น้อยคนนักจะได้เห็น อ๊กแทคยอนผู้น่ากลัวน่าเกรงขาม ค่อยๆประคองกอดให้คนตัวเล็กพิงกับอกแกร่ง จัดการป้อนน้ำป้อนยา มือหนาลูบไล้บนหน้าผาก แถมยังคอยเช็ดตัวให้และดูแลจนกว่าคุณอูยองจะไข้ลด แต่ที่น่ามหัศจรรย์ใจแก่เธอ คือแววตาที่ทอดมองคนที่ป่วยไข้ไม่ได้สตินั้น ดูนุ่มนวล อ่อนโยนและหวงแหน แววตาที่ไม่เคยมีใครได้รับจากหัวหน้าพรรคมังกรรุ่นที่แปดคนนี้เลย

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

“ให้นอนพักสักหน่อยก็คงดีขึ้นแล้วล่ะครับ เพราะตอนนี้ไข้เริ่มลดแล้ว แต่อาการบวมของข้อเท้าซ้ายยังหนักอยู่ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไข้สูงด้วย หมั่นประคบร้อนและนวดเย็นไปด้วยนะครับ”

 

 

เสียงพูดคุยของคนลอยเข้าหู อูยองที่สะลึมสะลือค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา พบผู้ชายมีอายุสวมชุดกาวน์มีกล่องอุปกรณ์ประจำตัวถืออยู่ในมือโค้งหัวให้ใครสักคนตรงกลางห้องแล้วจากนั้นก็เดินตามผู้ชายสองคนออกจากห้องไป จนสายตาเรียวเล็กหันกลับมามองด้านข้างเตียงอีกฟาก พลันภาพที่เขาเห็นทำเอาร่างกายเขาสั่นสะท้านขนลุกชันด้วยความตกใจกลัว

 

 

ดวงตาเรียวกวาดมองไปทั่วห้องนอนขนาดใหญ่กลับไม่พบใครเลยนอกจากผู้ชายคนนี้

 

 

 

“ช่วย..ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยผมด้วย!!”

 

 

อยู่ๆจางอูยองก็ร้องตะโกนขึ้นมา ทำเอาคนที่ยืนอยู่รีบถลาเข้ามาใกล้ ยิ่งแทคยอนคว้าข้อมือของคนที่กำลังพยายามตะกายตัวหนีลงจากเตียงจางอูยองก็ยิ่งหวีดร้อง ร่างสูงดึงให้คนตัวเล็กที่ดิ้นพล่านเข้ามากอดแนบอก ใบหน้าเรียวจมเข้าสู่อกกว้างเปลือกตาปิดแน่นด้วยความกลัว ปากก็ยังคงเปล่งเสียงร้องปนเสียงสะอื้นไม่หยุด จนกระทั่งมือหนาลูบไล้ปลอบประโลมบนแผ่นหลังและศรีษะเล็กไปมา ริมฝีปากจูบซับความหวาดกลัวตรงขมับที่ชื้นเหงื่อ อาการเกร็งตัวจึงค่อยๆคลายลง หลงเหลือเพียงแรงสะอื้นเล็กน้อย

 

 

ใช่ว่าแทคยอนจะไม่เจ็บ ยิ่งเห็นจางอูยองมีอาการหวาดกลัวเขามากเท่าไรเขาก็ยิ่งทรมาน

 

 

จางอูยองจะรู้ไหม ยิ่งเธอหวาดกลัวฉันเท่าไร ฉันกลับรู้สึกกลัวมากกว่าหลายเท่า 

 

คนอย่างฉันที่ไม่เคยกลัวอะไร ตอนนี้ฉันกลับกลัวจับใจว่าจะเสียเธอไป 

 

 

 

“จางอูยอง”

 

“ฮึก..ครับ”

 

 

ถ้าเป็นเวลาปกติแทคยอนคงจะจับหอมแก้มด้วยความหมั่นเขี้ยวที่คนตัวเล็กเชื่อฟังและขานรับทันทีที่เขาเรียกชื่อ แต่นี่มันไม่ใช่ เพียงแค่เขาเรียกชื่อเบาๆเจ้าของชื่อก็สะดุ้งและรีบตอบเขาเพราะกลัว

 

 

 

“มองตาฉัน..ได้ไหม”

 

“...............”

 

 

 

คนในอ้อมกอดไม่ตอบ ได้แต่ค่อยๆเงยหน้าช้อนตาขึ้นมามองอย่างกล้าๆกลัวๆ แทคยอนใช้นิ้วเกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทันทีที่เจ้าของมันกะพริบตา ก่อนจะก้มลงจูบซับบนเปลือกตาทั้งสองข้างอย่างปลอบประโลม เพียงเท่านั้นจางอูยองก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น ใบหน้าหวานซุกลงอกกว้างอีกครั้ง

 

 

“ฮือ...ฮึก..แทคยอน..ฮือ”  สองแขนเล็กโอบกอดรอบเอวคนที่นั่งใกล้ๆอย่างแนบแน่น

 

 

แทคยอนกอดปลอบลูบหัวลูบหลังไปมาด้วยรอยยิ้มบางๆ คนในอ้อมกอดดูเด็กและไร้เดียงสาขนาดนี้ เขากลับทำร้ายอย่างทารุณ แทคยอนสมควรตายจริงๆ

 

 

“ฉัน....”  หนึ่งคำที่ยากเหลือเกินที่จะพูดต่อหน้าถูกกลืนลงไปในลำคอ “...จะไม่ทำแบบนั้นอีก”

 

 

-ขอโทษ- 

 

 

“ผมก็จะไม่ทำแล้ว..ฮือ..ผมจะไม่หนีอีกแล้ว ผมกลัว..ฮือ..”

 

“ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ไม่มีใครทำอะไรเธอได้อีกแล้ว”

 

 

 

ผ่านไปเนิ่นนานจนกว่าคนในอ้อมกอดจะสงบลง เหลือเพียงอาการสะอื้นฮักน้อยๆกับดวงตาเรียวช้ำและปลายจมูกที่แดงหน่อยๆจากการร้องไห้อย่างหนัก แทคยอนกดจมูกลงบนแก้มนิ่มอีกครั้งสองครั้งแล้วยิ้มให้กับคนขี้แย อูยองหรุบตาลงไม่ยอมมองคนที่กำลังจ้องเขาด้วยดวงตาพราวระยับแกมล้อ แทคยอนเห็นดังนั้นจึงใช้นิ้วเชยปลายคางอีกคนขึ้นมาแล้วจ้องลึกลงไปในดวงตาที่สั่นระริกนั่น

 

 

 

“ไม่กลัวแล้วนะ”

 

“....กลัว...”    คุณมันผู้ชายน่ากลัว

 

“ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว เธอยังจะกลัวอะไรอีกหืม?”

 

“...................”

 

 

 

เมื่อเห็นอีกคนนิ่งไม่ตอบ แทคยอนจึงถอนหายใจยาวและรู้ว่าที่ไม่ตอบนั้นเพราะอะไร จางอูยองกลัวเขา อาจจะกลัวมากกว่าไอ้พวกเศษสวะพวกนั้นด้วยซ้ำ

 

 

 

“เห็นแม่บ้านบอกว่าอยากอาบน้ำหรือ”

 

“...........”  อูยองพยักหน้าเบาๆ

 

“แต่ไข้เพิ่งลดนะ”

 

“ผมหายแล้ว”  น้ำเสียงขึ้นจมูกด้วยความดื้อรั้น

 

“จะดีหรือ ถ้าโดนน้ำน่ะ”

 

“ผมขอแช่น้ำอุ่นก็ได้ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวถ้าไม่ได้อาบน้ำหลายวัน”

 

 

แทคยอนไม่ว่าอะไรเพียงแต่ขยับกายผละออกแล้วค่อยๆจัดการถอดเสื้อผ้าคนป่วยออกให้ พอเสื้อผ้าถูกถอดออกจนหมดทุกชึ้นแทคยอนเดินไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำในโซนห้องแต่งตัว ระหว่างนั้นอูยองก็ซุกร่างเปลือยเปล่าเข้าไปคุดคู้ในผ้าห่มผืนหนาเพราะความหนาวเหน็บ ในใจคนตัวเล็กกำลังคิดอย่างสับสนและไม่เข้าใจว่า แทคยอนมาทำดีกับเขาทำไม ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ทำกับเขาราวกับว่าเขาเป็นตัวอะไรสักอย่าง

 

 

คิดจะดีก็ดีจนน่าตกใจ คิดจะร้ายก็ร้ายจนน่ากลัว

 

 

จะเอายังไงกับเขากันแน่ 

 

 

แทคยอนเดินออกมาพร้อมกับชุดคลุมอาบน้ำสีขาวในมือ อูยองเบิกตามองเป็นเชิงถามเพราะร่างสูงเปลี่ยนชุดเดิมออกสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำออกมาเช่นกัน

 

 

 

“ฉันจะอาบด้วย”  พูดพลางนั่งลงบนเตียงแล้วจัดการสวมใส่ชุดคลุมอาบน้ำให้คนป่วย

 

“ผมอาบเองได้”

 

“อย่าดื้อนักเลยน่า เพิ่งจะหายดี เผื่อเป็นลมเป็นแล้งจมอ่างน้ำอุ่นไปจะทำยังไง”

 

“ก็ตายๆไปเลย”

 

“จางอูยอง! อย่ายั่วโมโหฉันนักได้ไหม”

 

“............”  เจ้าของชื่อเม้มปากแน่น พร้อมทั้งเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

“เอาล่ะ...จะไปอาบน้ำใช่ไหม พร้อมหรือยัง”

 

“พร้อมตั้งนานแล้ว”

 

“พูดเพราะๆกับผู้ใหญ่น่ะ เป็นมั้ย”

 

“ผมพร้อมตั้งนานแล้วครับ!!”

 

 

มันน่าตีจริงๆเลยเด็กคนนี้ ประชดประชันแดกดันเก่งเป็นที่หนึ่ง ถ้าเป็นคนอื่นแทคยอนคงจับหักคอให้ตายคามือไปแล้ว ไม่ปล่อยให้มานั่งเถียงนั่งดื้อใส่แบบนี้หรอก เอาไว้ให้หายป่วยแล้วยังไม่หยุดดื้อล่ะก็นะ เขาจะสั่งสอนเด็กคนนี้ให้ดื้อไม่ออกเลยคอยดู

 

 

พอได้แช่น้ำอุ่นแล้วจางอูยองก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมาทันที เขาไม่ค่อยชอบการนอนซมอยู่บนเตียงเท่าไรถ้าไม่จำเป็น เมื่อก่อนถ้าเขาป่วยเขาก็จะนอนพักให้ดีขึ้นเท่านั้น จากนั้นก็จะหาอะไรทำให้เหงื่อออก หรือไม่ก็แช่น้ำร้อนให้ร่างกายรู้สึกสบายแล้วก็จะค่อยๆดีขึ้นเอง คนตัวเล็กหนุนศรีษะลงบนเบาะหนังนุ่มบนขอบอ่าง ใบหน้าขาวแหงนขึ้นมองเพดาน เปลือกตาเรียวเล็กค่อยๆหลับลง อูยองพยายามหายใจให้ปกติ ทำเหมือนคนที่นั่งอยู่อีกด้านของอ่างน้ำไม่มีตัวตน คนตัวเล็กกลืนน้ำลายลงคอแล้วถอนหายใจยาว จากนั้นจึงปล่อยตัวปล่อยใจให้สบาย

 

รู้สึกตัวอีกทีก็มีใครอีกคนขยับมานั่งเบียดใกล้ๆจนน้ำในอ่างกระเพื่อม เขาพยายามจะไม่สนใจแต่อีกคนกลับก่อกวนการพักผ่อนของเขาด้วยการจูบลงมาบนลำคอที่แหงนเหยียดเต็มที่

 

 

 

“อ๊ะ! ทำอะไรของคุณ!”

 

 

อูยองสะดุ้งลืมตาโพลงและหดคอกลับลงโดยเร็ว ตาเรียวตวัดใส่คนที่บังอาจมาก่อกวนช่วงเวลาที่เขาผ่อนคลายอย่างโกรธเคือง

 

 

“ขึ้นได้แล้ว แช่นานเดี๋ยวไข้กลับพอดี”

 

“มันเรื่องของผม”

 

 

ความอดทนของแทคยอนใกล้จะหมดลงอีกแล้ว เขารู้ตัวดีว่าเขาเป็นคนใจร้อน โมโหง่าย เอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรก็ต้องได้และคาดหวังสูง ซึ่งเขาไม่คิดที่จะแก้ไขมันมาแต่ไหนแต่ไร แต่พอสำนึกได้ว่า ตนเองทำให้คนที่รักต้องเจ็บปวดเพราะความใจร้อนและขี้โมโห เขาก็พยายามที่จะปรับตัว แต่เหมือนอีกคนจะชอบดื้อและไม่เชื่อฟังเขาสักเท่าไร ต้องให้สั่งสอนกันก่อนใช่ไหมถึงจะยอมให้กัน ต้องให้เขาทำร้ายอีกหรือไง จางอูยองถึงจะยอมทำตามกันบ้าง

 

 

 

“เธอ..จะทำให้ฉันโมโหอีกแล้วนะ”

 

“..............”  อูยองเม้มปากก้มหน้า

 

 

ไม่ได้กลัว แต่แค่ไม่พอใจ เอะอะไรก็จะทำร้ายกัน ทำอะไรก็ไม่ได้ ชอบโมโหใส่กันตลอด พอทนไม่ได้ก็มาลงกับเขา ทำเหมือนเขาไม่มีชีวิตจิตใจ ทำเหมือนเขาไม่ใช่คน ที่ไม่กลัวตอนนี้เพราะอูยองคิดว่า อยากจะทำอะไรก็ทำไปเลย จะรังแกหรือจะฆ่ากันให้ตายๆไปเลยยิ่งดี

 

 

 

“อยากโดนทำโทษอีกงั้นเหรอ!”

 

“เอาเลยสิ..ยังไงคุณก็เห็นผมไม่ใช่คนอยู่แล้วนี่”

 

“จางอูยอง! ฉันบอกว่าอย่าดื้อและต่อต้านฉันไง”

 

“ทำไม คุณจะฆ่าผมใช่มั้ย เอาเลย!!...อื้อ!!”

 

 

 

ริมฝีปากบดเบียดลงมาอย่างไม่ปราณี ต้นแขนขาวเล็กถูกบีบแน่นเพราะแรงโกรธเกรี้ยว อูยองหลับตาร้องครางประท้วงด้วยความเจ็บปวด ลิ้นชื้นรุกไล่เข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนตวัดเรียวลิ้นที่หลบหลีกจนอีกคนแทบสำลัก ริมฝีปากถูกขบเม้มจนรู้สึกเจ็บและรับรู้ถึงรสของเลือด

 

 

ไม่มีคำว่าปราณี

 

อูยองผ่อนแรงต้าน ยินยอมให้คนตัวสูงทำทุกอย่างตามความต้องการ

 

น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มกลม แรงสะอื้นฮักของคนตัวเล็กทำให้แทคยอนค่อยๆผละออกมา นิ้วเรียวที่ค่อยๆเกลี่ยน้ำตาออกจากดวงตาเรียวทะนุถนอมแผ่วเบาจนคนตัวเล็กสะอื้นมากขึ้นไปอีก

 

กำปั้นน้อยๆทุบลงมาบนอกที่มีรอยสักรูปมังกรไม่ยั้ง ทั้งร้องไห้ทั้งทุบตี แม้แทคยอนจะไม่สะเทือนเพราะอีกคนเรี่ยวแรงมีน้อย แต่เขาก็เจ็บ เจ็บทุกครั้งที่เห็นน้ำตาของเด็กคนนี้ที่เกิดจากเขาเป็นคนเริ่ม

 

 

 

“คุณจะเอายังไงกันแน่ ฮึก..อยากทำร้ายกันก็ทำ อยากดีด้วยก็ดี ฮือ..ผมสับสนไปหมดแล้วนะคนบ้า!!”

 

“............”  แทคยอนคว้าเอาสองกำปั้นน้อยไปกุมเอาไว้ ปล่อยให้อีกคนด่ามาให้สาแกใจ ตอนนี้แม้อูยองจะสาปแช่งให้เขาไปตาย เขาก็ไม่ทำอะไรแล้ว ความโกรธมันไม่หลงเหลือเลยสักนิด

 

“ฮือ..ทำไมผมจะต้องมาคอยรองรับอารมณ์ขึ้นๆลงๆ..ฮึก..ของคุณอยู่ตลอดเวลา..ฮือ..ไม่อยากให้ดื้อ..ก็ช่วยรับฟังความคิดคนอื่นบ้างไม่ได้หรือไง ฮือ..ว่าเขาเต็มใจหรือไม่เต็มใจน่ะ ทำไม!..ทุกชีวิตบนโลกนี้ ฮึก..มันเป็นของคุณรึไงอ๊กแทคยอน!”

 

“ฉัน....”  แทคยอนพูดไม่ออก

 

“ผมรู้..ฮึก..ผมมันไม่มีค่าไม่สำคัญสำหรับคุณเลยสักนิด ฮือ..แต่ขอเถอะ ช่วยเห็นผมเป็นมนุษย์คนนึงบ้างได้มั้ย..ฮือ..”

 

“อูยอง..”   เธอคือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉัน 

 

“หรือคุณกลัวผมตายก่อนที่พี่เจวอนจะมาใช้หนี้คุณรึไง ฮือ..”

 

“..............”

 

 

แทคยอนดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด จูบซับลงบนกลุ่มผมสีดำนิ่ม อยากขอโทษ อยากพูดขอโทษออกไปเป็นล้านครั้ง แต่เขาก็ปากหนักเกินไป เขาก็ยังเป็นอ๊กแทคยอนหัวหน้าพรรคมังกรดำที่หยิ่งทรนงเกินไป

 

 

ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากกว่านี้ใช่ไหม จิตใจถึงจะอ่อนโยนลง

 

 

 

“คุณคิดมั้ยว่าผมกลัวแค่ไหน ฮึก..ผมไม่ได้อยากมีผัวหลายคนอย่างที่คุณบอกนะคนบ้า!!”

 

 

แทคยอนลอบยิ้มกับเสียงตะโกนอยู่ตรงอกนั้น นี่จางอูยองเก็บเอาคำพูดทุกคำของเขาไปคิดเล็กคิดน้อยด้วยหรือ แล้วยังมาทำทีเหมือนจะน้อยอกน้อยใจเขาแบบนี้อีก ไม่ว่าจะเพราะจงใจ หรือเพราะความไร้เดียงสาคิดอะไรก็แสดงออกมาหมด แทคยอนก็รู้สึกดีใจขึ้นมานิดๆอย่างน่าประหลาด

 

 

 

“ไม่อยากมีก็ไม่อยากมีสิ พูดแบบนี้แสดงว่ายอมเป็นของฉันคนเดียวใช่ไหม หืม?”

 

 

 

ใบหน้าคมก้มลงไปกระซิบถามแนบหู ทำเอาคนที่ซุกหน้าร้องไห้อยู่อดไม่ได้ที่จะเอามือทุบลงบนอกอีกครั้งสองครั้ง เสียงหัวเราะเบาๆอย่างพึงพอใจที่ได้พูดจาหยอกแกล้งทำให้อูยองแทบไม่อยากจะเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าคนใจร้ายด้วยซ้ำ

 

 

“ผ...ล..”

 

“หืม?”  เสียงอู้อี้อยู่แถวอกแกร่งทำให้แทคยอนได้ยินไม่ค่อยชัด จึงก้มหน้าลงไปคลอเคลียแถวแก้มกลมนิ่มสีแดงหน่อยๆเพื่อเป็นการถาม

 

“อื้อ~.. ผมบอกว่าผมจะขึ้นจากอ่างอาบน้ำแล้ว!”

 

“หึหึหึ ไม่อยากแช่ต่อแล้วหรือ”

 

“ไม่ครับ”

 

“เวลาพูดจาเพราะๆก็ดูน่ารักดีนี่ ดูเป็นเด็กดีขึ้นตั้งเยอะ”

 

“....”  คนตัวเล็กตวัดตางอนๆช้อนขึ้นมาใส่ด้วยความหมั่นไส้ จางอูยองอยากจะตะโกนบอกมากเลยว่า ปกติเขาน่ะเป็นเด็กดีจะตาย แต่พอมาอยู่กับคนที่อารมณ์ขึ้นๆลงๆอย่างแทคยอนนี่แหละ ทำให้เขาเริ่มนิสัยเสีย

 

“เวลางอนแล้วยิ่งเหมือนเด็กนะ”

 

“ผมไม่ใช่เด็กนะ กินเหล้าก็เป็น เข้าผับได้แล้วด้วย!”

 

“อ้อเหรอ?” เลิกคิ้วถามเสียงสูงพร้อมทั้งทำหน้าตายียวนใส่ จนคนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะฮึดฮัดมากยิ่งขึ้น นี่ถ้าไม่ติดว่าป่วยนะ แทคยอนอยากจะกอดอูยองมันเสียตรงนี้เลยด้วยซ้ำ บทจะน่ารักก็น่ารักจนแทบอดใจไม่ไหว บทจะดื้อก็แสนดื้อจนอยากจะปราบให้ยอมศิโรราบ เด็กคนนี้ชักจะเข้ามามีอิทธิพลต่ออารมณ์ของเขามากเกินไปแล้ว

 

 

 

แทคยอนช้อนอุ้มร่างบางขึ้น จากนั้นก็พามาเช็ดตัวแล้วสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วค่อยเดินมายังเตียงนอนด้วยกัน คนตัวสูงหยิบยาแก้ไข้ให้คนป่วยกิน กันเอาไว้เผื่อไข้กลับมาอีก คนตัวเล็กกว่าก็ไม่ได้ดื้อหรืออะไร อูยองเป็นเด็กดียอมกินน้ำกินยาและล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นว่าอีกคนค่อยๆล้มตัวลงนอนข้างๆกันก็อดไม่ได้ที่จะเอยถามอย่างน่ารัก

 

 

 

“คืนนี้คุณไม่ไปตรวจงานที่ท่าเรือเหรอครับ”

 

“วันนี้มันไม่มีปัญหาถึงขั้นที่ฉันจะต้องไปดูด้วยตัวเอง...ทำไม? อยากให้ไปหรือยังไง”

 

“เรื่องของคุณสิ?” แล้วก็พลิกตัวหันหลังให้

 

“เอ้? หรือไม่อยากให้ไป?”

 

“เรื่องของคุณเถอะน่า”

 

“อยากให้นอนกอดก็บอกกันดีๆสิจางอูยอง”

 

“..............”

 

 

 

เงียบแบบนี้ แสดงว่าอยาก.......ใช่ไหม?

 

 

แทคยอนค่อยๆโอบกอดไปด้านหน้าของคนตัวเล็ก ออกแรงรั้งเบาๆให้แผ่นหลังมาแนบชิดกับอกแกร่ง จมูกโด่งกดลงบนแก้มนิ่ม อูยองกะพริบตาปริบๆหันมามอง

 

 

 

“นอนสิครับ มากวนกันแบบนี้ผมไข้กลับขึ้นมาจะโทษว่าเพราะผมแช่น้ำอุ่นนานมากไม่ได้นะ”

 

“จะโทษว่าเป็นเพราะฉันหอมแก้มเธอไข้เลยกลับงั้นหรือ”

 

“เพราะคุณมากวนจนผมไม่ได้นอนต่างหาก!”  พูดจบก็หันกลับไปแล้วรีบๆหลับตาลง

 

 

ตอนนี้อูยองรู้สึกว่า ตรงสองข้างแก้มของเขามันร้อนยิ่งกว่าหน้าผากอีก

 

 

 

“หึหึ..ฝันดีนะ จางอูยอง”

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

Talk :: บทจะร้ายก็ร้ายซะ บทจะหวานก็นะ....ฮอลลลลลล อยากสิงแทค อยากรังแกน้อง น้องโมเอ้ TwT

 

ขอบคุณค่ะ =]