[FIC] Breath of the Black Dragon : Ch5
posted on 16 Dec 2011 22:52 by taecwoo-world in BreathOfTheBlackDragonTitle : Breath of The Black Dragon
Author : kumameaw
Beta reader : Shin-Dragon
Fandom : 2PM
Paring : Taecyeon x Wooyoung & Chansung x Junho
Genre : Dark Romance
Note :: ตอนนี้เขินมาก ฟาดอิพระเอก ฟาดๆๆๆๆ ร้ายกาจ!!

Chapter 5 : Almost Home
สามวันผ่านไปหลังจากที่อูยองหนี
คนแก้มอูมนั่งมองสาวใช้คนนั้นทีคนนี้ทีภายในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ทุกคนต่างก็มีหน้าที่เป็นของตนเอง ทำความสะอาด ตระเตรียมของ ส่วนคนที่เพิ่งหายป่วยไม่มีอะไรทำ ได้แต่นั่งหงุดหงิดใจ อยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยก็โดนปฏิเสธทุกทีไป เหตุผลก็ฟังขึ้นเสียเหลือเกิน
“เดี๋ยวนายรู้เข้าจะดุเอานะคะ”
ทำไมหรือ กะอีแค่จางอูยองจะช่วยคนนั้นคนนี้ทำความสะอาดมันผิดกฏของที่นี่หรือไง ทั้งๆที่เขามาอยู่ในฐานะตัวประกัน ซึ่งดูๆแล้วมันก็ต้อยต่ำกว่าหน้าที่คนทำงานบ้านด้วยซ้ำ
“คุณป้าครับ ไม่ทราบว่าที่นี่มีห้องหนังสือมั้ยครับ?”
อูยองไม่อยากอยู่เฉยๆ เมื่อก่อนเขาเคยทำแต่งานไม่ค่อยได้อยู่ว่างๆมันเลยดูไม่ค่อยชิน อย่างน้อยมีหนังสือให้อ่าน มีอะไรให้ขีดๆเขียนๆบ้างก็ยังดี จางอูยองอยากเรียนต่อ เขายังไม่จบม.ปลายด้วยซ้ำ อูยองอยากเรียนต่อให้จบ อยากสอบเข้ามหาลัย นับตั้งแต่ที่แม่ตาย หนี้สินที่บ้านก็เริ่มพอกพูนจนเขาต้องลาออกกลางคันเพื่อมาหางานทำ
คิดถึงตอนที่ได้เรียนหนังสือจัง
“มีค่ะคุณอูยอง เป็นห้องของนายคนเก่าน่ะค่ะ”
“นายคนเก่า?”
“ใช่ค่ะ นายใหญ่รุ่นที่เจ็ดของพรรคมังกรดำ คุณปาร์คจินยองค่ะ”
“เป็นพ่อของแทคยอนหรือเปล่าครับ”
“พ่อบุญธรรมน่ะค่ะ คุณอูยองเชิญทางนี้เลยค่ะ”
อูยองพยักหน้าเดินตามหญิงสาวไป ในใจก็คอยคิดถึงคำพูดเมื่อครู่ อ๊กแทคยอนไม่ใช่ลูกแท้ๆของหัวหน้าคนเก่าหรอกหรือ
เมื่อมาถึงห้องหนังสือที่ว่าก็ทำเอาจางอูยองถึงกับตาโต นี่มันไม่ใช่ห้องหนังสือแล้ว มันควรเรียกว่าหอสมุดเลยด้วยซ้ำ หนังสือเป็นร้อยๆพันๆเล่ม อ่านไปอีกหลายปีก็ไม่หมด แถมยังมีโต๊ะเขียนหนังสือ โต๊ะทำงาน ชุดโซฟา คอมพิวเตอร์อยู่ในห้องนี้ด้วย
คนแก้มอูมยิ้มจนเต็มแก้มเมื่อรู้แล้วว่าตอนกลางวันในระหว่างที่แทคยอนไปทำงานเขาจะขลุกตัวอยู่ที่ไหน
“ผมอ่านได้ใช่ไหมครับ?”
“ได้ค่ะ ห้องนี้เป็นห้องของคุณผู้หญิงคนก่อนน่ะค่ะ”
“ใช่คนในรูปมั้ยครับ” อูยองชี้ไปทางกรอบรูปที่ตั้งอยู่หลังตู้ มีรูปของผู้ชายคนหนึ่งกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยและมีเด็กผู้หญิงน่ารักๆอีกหนึ่งคนที่คาดว่าจะเป็นรูปครอบครัวของเจ้าของบ้านแน่ๆ
“ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณคนนั้นเป็นภรรยานอกสมรสของนายใหญ่คนก่อนน่ะค่ะ ตอนนี้ เธอกับลูกสาวอยู่ที่อังกฤษ คุณรีเบกก้าคงโตเป็นสาวแล้วมั้งคะ น่าจะอายุมากกว่าคุณอูยองสามปีได้”
“แล้วทำไมเธอกับลูกไม่มาอยู่บ้านหลังนี้ล่ะครับ”
“คงเพราะเธอคิดว่าเธอเป็นเมียนอกสมรสน่ะค่ะ แต่คาดว่าน่าจะมาอยู่แล้วล่ะค่ะ อาจจะมาเยี่ยมอะไรทำนองนั้น เธอไม่ยอมพาลูกเธอมายุ่งกับวงการมาเฟียหรอกค่ะ”
“อ่า...ครับ” มันน่ากลัวมาก อูยองรู้ดี
“คุณอูยองตามสบายเลยนะคะ”
“เดี๋ยวครับ เจ้าของบ้านเขาไม่ว่าจริงๆหรือ ที่ผมมาใช้ห้องนี้โดยไม่ได้บอก”
“เดี๋ยวดิฉันจะโทรไปหาคุณจุนโฮแล้วบอกให้เองค่ะ หรือคุณอูยองต้องการจะบอกนายด้วยตัวเองคะ?”
น้ำเสียงและสายตาล้อๆทำเอาอูยองรู้สึกร้อนผะผ่าวบนใบหน้าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ที่จริงแล้วตามมารยาทมันก็ควรเป็นเช่นนั้น เพราะเขาเป็นคนเข้ามาใช้เขาควรจะบอกด้วยตนเอง แต่จะให้ทำยังไงได้ เขาไม่อยากได้ยินเสียงหรือเห็นหน้าอ๊กแทคยอนตอนนี้เลย หน้าอายชะมัดที่เมื่อเช้าเขานอนกอดแทคยอนแน่นจนอีกฝ่ายได้ล้อว่า เขาไม่อยากให้แทคยอนไปไหนไกลๆ
คนบ้าพรรค์นั้น อยู่ห่างๆได้เท่าไรยิ่งดี
คุณแม่บ้านที่เดินเลี่ยงไปเมื่อครู่อยู่ๆก็ถือโทรศัพท์ที่คาดว่าน่าจะต่อสายอยู่ยื่นมาหาเขา
“นายต้องการคุยด้วยค่ะ”
“..หา? ผมเนี่ยนะ”
เมื่อสาวใช้พยักหน้าให้ คนตัวเล็กก็ยื่นมือไปรับโทรศัพท์มา เลี่ยงไม่ได้แล้วสินะแบบนี้
“ฮ..ฮัลโหล”
“.............................”
“ก็ผมไม่มีอะไรจะทำ คุณจะให้ผมนั่งๆนอนๆเฉยๆเกิดผมเป็นง่อยขึ้นมาจะทำยังไง”
“...........................................”
“คนบ้า! หน้าไม่อาย!!”
“.............................................................”
“ตกลงคุณจะอนุญาตให้ผมใช้ห้องหนังสือมั้ยแทคยอน”
“.................”
“....อ...”
“.......”
“แทคยอนครับ.. ให้ผมใช้ห้องหนังสือในบ้านคุณเถอะนะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเสียหายสักชิ้น นะครับ~...พอใจรึยัง!”
“...............”
“ขอบคุณ”
“............”
“ขอบคุณครับ”
แทคยอนวางสายไปแล้ว อูยองยกโทรศัพท์ขึ้นมาพ่นคำพูดเจ็บแสบใส่ไอ้คนเจ้าเล่ห์ที่เพิ่งวางสายไป ท่าทางพองแก้มทำปากงุบงิบแววตาขุ่นเคืองมันช่างดูน่ารักน่าชังมากกว่าน่ากลัวเสียอีก เรียกรอยยิ้มให้แม่บ้านที่รอรับโทรศัพท์คืนได้อย่างง่ายดาย
เมื่ออูยองส่งโทรศัพท์ให้กับแม่บ้านแล้ว เธอจึงขอตัว เมื่ออูยองอยู่ในห้องหนังสือที่เงียบสนิทเพียงลำพัง ก็อดไม่ได้ที่จะยืนหน้าแดงราวกับลูกตำลึงสุก เขานึกใบหน้าเจ้าเล่ห์ของแทคยอนออกเลยเหอะว่าตอนที่พูดประโยคนั้นจะทำหน้ายังไง
“ก็ผมไม่มีอะไรจะทำ คุณจะให้ผมนั่งๆนอนๆเฉยๆเกิดผมเป็นง่อยขึ้นมาจะทำยังไง”
“ตอนกลางคืนฉันก็พาอูยองออกกำลังกายบนเตียงอยู่แล้วนี่”
กลางคืนอะไรกัน ออกกำลังกายอะไรกัน หลังจากที่เขาหนีแล้วโดนพากลับมาอีกก็นอนป่วย สามวันที่ผ่านมาแทคยอนก็เพียงแค่นอนกอดเขาเฉยๆเถอะ ไม่ได้มีการออกกำลังกายอะไรทั้งนั้น!
คนตัวเล็กพยายามสะบัดความคิดที่เกี่ยวกับคนคนนั้นออกจากหัว แต่ทำยังไงก็ทำไม่ได้สักที อูยองจึงตัดสินใจเดินเข้าหาชั้นหนังสือ ให้หนังสือดึงจุดสนใจของเขาแทน
.
.
.
จมูกโด่งค่อยๆฝังลงบนแก้มนิ่ม สูดดมความหอมกรุ่นจางๆเบาๆเพราะเกรงว่าคนที่นอนหลับบนโซฟาจะตื่นเสียก่อน มือหนาเอื้อมไปหยิบหนังสือที่วางอยู่ข้างตัวออก โซฟาเบาะกว้างขนาดนี้ทำให้เขาอดใจไม่ไหวที่จะล้มตัวลงนอนเบียดคนที่หลับปุ๋ยอยู่ก่อนอย่างสบายใจ
จางอูยองครางฮือเบาๆเพราะถูกรบกวน ร่างเล็กดิ้นตัวหันกลับมาก็รู้สึกว่าเหมือนมีคนมาโอบกอดและโซฟาเหมือนจะแคบลงไปถนัดตา
“อ๊ะ! คุณ!!”
แทคยอนเพียงยิ้มให้ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มที่กำลังขึ้นสีชมพูนั่น อูยองพยายามเอียงหน้าหลบและดิ้นหนี แต่พื้นที่โซฟาที่คับแคบและอีกคนก็นอนกั้นด้านที่ไม่มีพนักกั้นเอาไว้แล้วเขาจึงหนีไม่รอด อีกคนจึงได้หอมแก้มเขาไปหลายฟอดใหญ่
“ค่อยยังชั่ว..ทำงานหนักๆมาได้ดมอะไรหอมๆแบบนี้ก็หายเหนื่อยบ้างอยู่นะ”
“คนขี้เอาเปรียบ! หลบไปนะ ผมจะลง”
“จะรีบไปไหนกัน ฉันเพิ่งมาเองนะ”
คนเอาแต่ใจสวมกอดและล็อกตัวเอาไว้ไม่ให้ดิ้น จางอูยองจึงถอนใจแล้วยอมให้อีกคนนอนกอดแต่โดยดี แทคยอนวางแขนลงบนโซฟาแล้วจับให้ศีระเล็กนอนลงบนต้นแขนตน มืออีกข้างสวมกอดร่างน้อยและลูบแผ่นหลังไปมา ใบหน้าคมก้มลงมาใกล้ๆก่อนจะเอาหน้าผากตนเองทาบลงกับหน้าผากมน
“ตัวไม่ร้อนแล้วนี่”
“ผมหายดีแล้วครับ”
อูยองพูดด้วยวาจาสุภาพ เพราะในใจคิดว่าหากเขายังพูดห้วนๆใส่แทคยอน คนคนนี้ก็ต้องบังคับให้เขาพูดใหม่อยู่ดี อย่างเมื่อตอนที่คุยโทรศัพท์กัน
“งั้นไปทานข้าวนอกบ้านกันไหม”
“เห๋?”
คนตัวเล็กช้อนตามองด้วยความสงสัย วันนี้เกิดใจดีอะไรถึงทำราวกับจะเอาใจเขาเป็นพิเศษ
“เธอต้องไปกับฉัน” แทคยอนอดไม่ได้ที่จะเอาปากไปแตะริมฝีปากชมพูโอลโรสนั่นเบาๆ “ฉันอยากทานข้าวข้างนอก”
“เลยบังคับผมให้ไปด้วย?”
“อย่าใช้คำว่าบังคับสิ”
“ก็เห็นอยู่ว่าคุณบังคับ”
“ไปเถอะน่า ทานเสร็จแล้วจะพาไปที่ที่นึง”
“ถ้าผมบอกว่าไม่ไปล่ะครับ”
“ก็ไม่ได้น่ะสิ”
อูยองยู่หน้าด้วยความขัดใจ แทคยอนหัวเราะเบาๆกับท่าทีที่เหมือนเด็กน้อยโดนผู้ใหญบังคับให้ทำตาม ก่อนจะลุกขึ้นแล้วดึงแขนคนตัวเล็กให้ลูกตามขึ้นมาด้วย คนตัวสูงเดินจูงมืออูยองออกมาจากห้องหนังสือ ผ่านลูกน้องและสาวใช้คนอื่นๆที่ยืนอยู่ด้านนอก เจ้าของบ้านหันไปบอกจุนโฮลูกน้องคนสนิทเรื่องที่จะออกไปกินข้าวนอกบ้าน และท้ายประโยคเหมือนจะกระซิบอะไรสักอย่างที่จางอูยองเองก็ไม่ได้ยินและไม่สนใจจะฟัง เมื่อสั่งการเสร็จแทคยอนก็จูงมือตัวประกันผู้แสนน่ารักขึ้นห้องเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยกัน
.
.
.
น้ำตาคลอเคล้าบนดวงตาเรียวเล็ก
จางอูยองมองภาพข้างหน้าด้วยความร้สึกที่บอกไม่ถูก..
..คิดถึง
เขาคิดถึงที่นี่..บ้านของเขา
..บ้านของแม่
หลังจากที่ทานข้าวกับแทคยอนเสร็จ มาเฟียหนุ่มบอกให้จุนโฮจัดรถสปอร์ตให้หนึ่งคันแล้วแยกย้ายกันมาที่นี่กับอูยองสองคน ตอนแรกจางอูยองก็งงว่าจะพาไปไหน แต่สุดท้ายที่รถมาจอดที่บ้านหลังนี้ อูยองก็ลงรถมาด้วยอาการขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่
สองขาเล็กรีบเปิดประตูรั้วบ้านเข้าไปจนถึงประตูหลักทางเข้าตัวบ้าน อูยองยืนกุมลูกบิดประตูที่ตอนนี้ถูกคล้องด้วยโซ่ตรวนที่แน่นหนา สองมือเล็กสั่นระริกใบหน้าหวานก้มลงจนน้ำตาหยดแรกหยดลงบนมือ มือหนาทั้งสองข้างสอดเข้ามาตรงช่วงเอวจากด้านหลัง ตระกรองกอดร่างที่กำลังร้องไห้สั่นเทา จากนั้นจึงใช้กุญแจไขปลดล็อกโซ่ตรวนนั้นออกโดยที่ร่างยังยืนซ้อนหลังอูยองและสวมกอดร่างเล็กอยู่
พอประตูเปิดออกทั้งคู่จึงเดินเข้ามาด้วยกัน อูยองกวาดสายตามองบ้านที่ –เคย- เป็นของตนเองอย่างโหยหา มือเล็กวางทาบบนตู้ โต๊ะ ประตู หน้าต่าง ราวบันได โต๊ะเขียนหนังสือ ตลอดจนเตียงนอนสีขาวของตนเองที่เคยนอนอยู่เป็นประจำ
อูยองค่อยๆเช็ดน้ำตาตัวเองออกก่อนจะหันไปหาแทคยอนที่เดินตามมาจนถึงชั้นบน ก้มหัวโค้งให้เป็นการขอบคุณที่พาเขากลับมาเยี่ยมบ้านอีกครั้ง แทคยอนถึงกับทำตัวไม่ถูกเพราะไม่เคยเจอกิริยามารยาทที่สุภาพและไร้การเสแสร้งหรือหวังผลประโยชน์แบบนี้มาก่อน
มือหนาวางบนศีรษะเล็ก ขยี้กลุ่มผมนุ่มลื่นสีดำเบาๆ พร้อมทั้งบอกว่าไม่เป็นไร
จางอูยองที่อาลัยอาวรณ์บ้านของแม่อยู่ ตัดสินใจเสี่ยงลองเอ่ยพูดในสิ่งที่ต้องการตอนนี้กับแทคยอนดู
“แทคยอน.. เอ่อ.. คืนนี้ ผมขอนอนที่นี่ได้มั้ยครับ”
“ได้สิ”
อีกคนตอบอย่างใจดีจนอูยองนึกดีใจขึ้นมา แต่ท่าทีที่ค่อยๆก้าวเข้ามาหาและแววตาเจ้าเล่ห์ไม่น่าไว้วางใจนั้น ทำให้อูยองอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลายลงคอก้อนใหญ่และค่อยๆถอยหลังออกห่าง
“เอ่อ..งั้นเชิญคุณ..”
“ฉันก็จะนอนที่นี่”
นั่นไงล่ะ! ที่แท้ที่พาเขาออกมาเลี้ยงข้าว พามาที่บ้านก็มีจุดประสงค์แอบแฝง คนบ้าเอ้ย!
“ง..งั้นผมจะจัดที่นอน..อ๊ะ!!”
คนตัวเล็กถูกรวบเข้าสู่อกกว้างทันทีทั้งๆที่ยังพูดไม่จบประโยค ลมหายใจร้อนเป่าหูจนต้องหดคอหลบหลีกคนขี้แกล้ง สองมือเล็กที่ใช้ดันหน้าอกแกร่งพยายามออกแรงเพื่อดันตัวเองให้ออกห่าง แต่พอริมฝีปากเย็นทาบลงบนซอกคอที่อุ่นร้อนมันก็พาลให้หมดแรงลงเสียดื้อๆ
“นอนบนเตียงด้วยกันนี่แหละ”
ร้ายกาจที่สุดเลย อ๊กแทคยอน!!
จางอูยองถูกผลักให้นอนลงบนเตียงกว้าง ร่างเล็กพยายามขัดขืนแต่อีกคนที่ทาบทับตามลงมาก็กักกันไว้ทุกทางจนหาทางไปไม่เจอ ซ้ำยังจมูกโด่งและริมฝีปากที่สูดหอมกดจูบลงมาตามซองคอ ผิวแก้ม และใบหูนี่อีก จางอูยองไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านเลยสักนิด
รู้ตัวดีว่าจะต้องเจอกับอะไร แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมา แทคยอนไม่เคยอ่อนโยนกับเขาเลยสักครั้ง เพราะทุกครั้งที่ถูกกอด จะเต็มไปด้วยความโมโหเกรี้ยวกราดของอีกฝ่าย ทำให้อูยองติดภาพผู้ชายใจร้ายที่ทำลายศักดิ์ศรีของเขาไม่เหลือชิ้นดีคนนั้นไปแล้ว มันจึงอดไม่ได้ที่จะขืนและตัวสั่นขึ้นมาในอ้อมกอดของมังกรอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ
“ฮึก..แทคยอน ผม..”
“ไม่เป็นไรนะ..” ริมฝีปากหยักจูบเบาๆลงบนหน้าผาก อูยองหลับตารับสัมผัสนั้นก่อนจะลืมตาขึ้นมองด้วยแววตาสั่นระริกและคลอเคล้าไปด้วยน้ำตา “..ฉันจะค่อยๆกอดเธอ จะไม่รุนแรงกับเธออีกแล้ว จางอูยอง”
ริมฝีปากประกบซึ่งกันและกัน คนตัวเล็กที่ยังหวาดกลัวอยู่แม้จะถูกปลอบประโลมด้วยคำพูดและท่าทางอ่อนโยนไม่กล้าที่จะเปิดปากให้อีกคนได้เข้าไปชิมความหวานข้างใน แทคยอนจึงค่อยๆละเลียดบนกลีบปากนิ่ม บดจูบเบาบ้างหนักบ้างเพื่อทำให้อีกคนคลายความหวาดกลัว มือหนาไล้เข้าไปในเสื้อ ลูบไล้ไปมาบนหน้าท้องแบนราบที่กำลังหดเกร็งเพราะแรงอารมณ์ที่กำลังถูกปลุกขึ้นช้าๆ
“อื้อ~..”
จางอูยองเอียงหน้าแนบลงกับหมอนใบขาว สีหน้าแดงระเรื่อแจ่มชัดยิ่งขึ้นเมื่อนิ้วมือแทคยอนไปสะกิดยอดอกเม็ดเล็กๆจนอีกคนสะดุ้งและเผลอแอ่นกายรับสัมผัสนั้น ใบหน้าคมซุกไซร้ลงบนซอกคอ ฝากรอบรักสีกุหลาบรอยแล้วรอยเล่าจนอีกคนผวาครางเสียงดังจนลืมอาย
แทคยอนรักอูยองที่เป็นแบบนี้
รักร่างกายนี้ ไร้เดียงสาเหลือเกิน รู้สึกยังไงก็แสดงออกมาแบบไม่เสแสร้งปิดบัง จะเอาอะไรหรือชอบแบบไหนก็ส่งผ่านมาทางแววตาใสซื่อและท่าทางอ่อนโยนอ่อนต่อโลกนั่น
อูยองร้องครางหนักขึ้นอีกเมื่อเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนถูกเลิกขึ้น จากที่ยอดอกมีนิ้วมือเรียวของคนบนร่างที่คอยหยอกล้อ กลับถูกแทนที่ด้วยลิ้นร้อนชื้นที่อีกฝ่ายทาบลงมาและดูดดุนหยอกล้อจนแรงอารมณ์เริ่มพุ่งทะยาน มือเล็กดันหัวไหล่หนาออกแต่เรี่ยวแรงกลับมีน้อยนิด กลายเป็นว่ามันปัดป่ายอย่างไร้ทิศทาง ไม่รู้เลยว่าจะเอาไปวางไว้ตรงไหน
แทคยอนเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าแดงก่ำเพราะแรงอารมณ์ที่เขาปลุกขึ้น หน้าอกแบนราบหอบกระเพื่อมจนตัวโยน จากนั้นจึงจัดการถอดเครื่องพันธนาการที่ปกปิดร่างกายของตัวเขาและคนตัวเล็กออกจนหมด
“..ไม่..ม..ไม่ทำได้มั้ยครับ ฮึก..”
แทคยอนยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แม้อีกคนจะคว้าข้อมือเขาเอาไว้ขณะที่เขากำลังลูบไล้บนหัวไหล่มนที่เปลือยเปล่า แต่แทคยอนก็เพียงแค่จับมือเล็กนั้นขึ้นมาจูบลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบา ก่อนจะจับไปวางไว้ด้านข้างศรีษะเล็กแล้วกุมเอาไว้ไม่คลาย
“อื้อ!!~”
เสียงครางอื้ออึงดังเบาๆในฝ่ามือน้อยๆที่อีกคนเอาไปปิดปากของตนเองไว้ จางอูยองอยากร้องไห้ให้หนักกว่านี้เพราะตอนนี้เขารู้สึกปั่นป่วนไปหมด ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยมีความรู้สึกวาบหวามจนแทบสำลักออกมาแบบนี้เลย แม้จะถูกแทคยอนกอดหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งมันคือการทำโทษ ไร้ซึ่งความอ่อนโยน มีแต่ความดึงดันเอาแต่ใจและโมโหร้าย นั่นคือสิ่งที่เขาเจอมา แต่นี่มันไม่ใช่..
“อ๊ะ!..”
ยิ่งอีกคนค่อยๆขยับร่างกายให้เข้ามาลึกเท่าไร อูยองก็ยิ่งร้อนรุ่มจวนเจียนจะระเบิด ทั้งเจ็บ ทั้งร้อน และอึดอัดเหลือเกิน น้ำตาร่วงเผาะๆไม่ยอมหยุด มือเล็กอีกข้างจิกแน่นลงบนไหล่สีเข้มเพื่อระบายอารมณ์หลากหลายที่ตีรวนกันในร่างกาย
“ผ่อนคลายสักนิดสิคนดี..อึ่ก!”
แทคยอนพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เร่งรัดเอาแต่ใจเหมือนทุกครั้ง ยิ่งช่องทางรักของคนใต้ร่างรัดความเป็นชายของเขาแน่นเท่าไรเขายิ่งอยากจะขยับกายไปตามอารมณ์ที่โหมกระพือมากขึ้นเท่านั้น แต่ทำแบบนั้น จางอูยองก็จะเจ็บ และหวาดกลัวที่จะถูกเขากอดในครั้งต่อๆไป
“ฮือ..ผมเจ็บ..อื้อ!”
แทคยอนขยับเข้าออกช้าๆเพื่อให้อีกคนค่อยๆปรับตัว ผนังอุ่นร้อนภายในตอดรัดแก่นกายจนเขาแทบกลั้นหายใจ ร่างสูงพยายามปรับหาจุดที่คิดว่าคนตัวเล็กจะคลายความเจ็บลงและมีความสุขร่วมไปกับเขาได้ และเมื่ออีกคนผวาร่างและกลั้นหายใจสะดุ้งเฮือกเขาก็รู้ว่าตัวเองมาถูกทาง
แทคยอนตัดสินใจขยับซ้ำอีกครั้ง
“อ๊า!..”
“ตรงนี้หรือ?”
“อื้อ..อ๊ะ!...แทคยอน..”
ยิ่งอีกคนร้องครางแทบไม่เป็นภาษาแทคยอนก็รู้ว่าทำอย่างไรอูยองถึงจะรู้สึกดี
ร่างสูงขยับเข้าออกช้าบ้างเร็วบ้างเพื่อต้องการหยอกล้อและกลั่นแกล้งคนใต้ร่าง อูยองที่ไร้เดียงสาต่อเรื่องแบบนี้ ได้แต่เปล่งเสียงร้องครางสลับกับเรียกชื่อเขาดังลั่นราวกับละเมอ ขาเล็กหนึ่งข้างที่ถูกเขายกขึ้นมาวางบนไหล่ อีกข้างถูกลำแขนแกร่งช้อนขึ้นและล็อกไว้ในระดับเอวต่างก็เกร็งตัวทุกครั้งเมื่อเจ้าของมันถูกปลุกปั่นด้วยจังหวะรักที่ร้อนแรง
อูยองบิดร่างไปมา เผลอแอ่นสะโพกขึ้นรับหลายต่อหลายครั้งที่อีกคนป้อนความสุขที่ไม่เคยได้รับมาก่อนให้ มือเล็กทั้งสองข้างวางทาบไว้บนไหล่กว้าง บางครั้งก็เผลอลูบไล้ไปบนรอยสักมังกรดำ ใบหน้าหวานเริ่ดขึ้นมองเพดานห้องสีขาว ความรู้สึกตอนนี้อูยองบอกไม่ถูก ราวกับคนกำลังจะจมน้ำแล้วถูกฉุดรั้งร่างกายขึ้นมารับอากาศบนชายฝั่ง ในท้องน้อยรู้ถึงคลื่นขนาดใหญ่ม้วนตัวเป็นระลอกๆ จนเมื่ออีกคนเร่งจังหวะรักให้เร็วขึ้น แรงขึ้น อูยองก็ยิ่งร้องครางเสียงดังยิ่งขึ้น ตัวเบาหวิวราวกับโบยบินอยู่บนท้องฟ้า
“อ๊ะ..อ๊ะ..ท..แทคยอน..ผม..ทำไม..อ๊า..~”
“อา..อูยอง..”
“ผมเป็นอะไรไม่รู้..อื้อ..ไม่ไหวแล้ว...อ๊า!!~~~”
จนท้ายสุดเมื่อความรู้สึกที่ถาโถมมารวมเข้าด้วยกันที่จุดเดียว จางอูยองก็กระตุกตัวสองสามครั้งและรับรู้ถึงของเหลวร้อนที่ไหลวาบเข้ามาในร่างของตนเอง แขนขาอ่อนแรงลง ร่างกายหอบหายใจกระเส่า น้ำตาไหลอาบแก้มลงมาอีกครั้ง ร่างน้อยสะอึกสะอื้นจนตัวโยน แม้อีกคนจะถอนแก่นกายออกแล้ว
แทคยอนก้มลงจูบซับบนเปลือกตาทั้งสองข้าง ก่อนจะจูบลงมายังปลายคางแล้วไล้ไปยังริมฝีปากที่เผยอรับลิ้นชื้นของเขาให้เข้าไปชิมความหวานอย่างลืมตัว
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง แทคยอนถอนริมฝีปากออกมา แล้วค่อยๆเอามือลูบไล้ลงบนหน้าท้องแบนราบ จางอูยองที่เพิ่งจะฟื้นไข้และเหนื่อยอ่อนกับรสรักที่ไม่เคยเจอเมื่อครู่ก็ผวาเข้ากอดอีกคนแน่น จนร่างสูงหยุดการกระทำและความคิดที่จะต่ออีกสักสองสามรอบลง
“ไม่ไหวแล้วก็นอนซะ ฉันไม่ทำแล้วก็ได้”
อูยองผละออกและช้อนตาขึ้นมองคนบนร่างด้วยแววตารื้น แทคยอนล้มตัวลงนอนข้างๆ มือคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเขาทั้งสองเอาไว้ จางอูยองขยับร่างเปลือยเปล่าซุกเข้าหาอีกคนราวกับจะออดอ้อนให้ลำแขนแกร่งโอบกอดเอาไว้ให้คลายหนาว แทคยอนพยายามข่มอารมณ์ลงอย่างยากลำบาก จางอูยองจะรู้ตัวไหมว่ายิ่งมาทำกิริยาน่ารักๆแบบนี้ มันยิ่งเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์เขาอย่างดี
“คืนนี้หลับไปก่อนก็ได้นะ ไว้พรุ่งนี้จะเอาออกให้”
แทคยอนหมายถึงสิ่งที่เขาปล่อยเข้าไปในร่างบางเมื่อครู่ เพราะถ้าหากทำให้ตอนนี้ เชื่อเลยว่าเขายั้งอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แน่ๆ
“..ฮึก..ขอบคุณครับ”
“ไม่เป็นไรเด็กน้อย นอนเถอะ”
“ขอบคุณจริงๆที่พาผมมาบ้านแม่”
แทคยอนสวมกอดร่างนุ่มนิ่มด้วยอารมณ์เต็มตื้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน การที่เขาได้ทำดีกับใครสักคน โดยเฉพาะคนที่รัก มันทำให้มีความสุขแบบนี้นี่เอง ที่ผ่านมาเขาคงใช้ชีวิตด้านชามากเกินไป พอมาเจอจางอูยอง เด็กคนนี้ทำให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตอีกด้านที่แทบจะไม่เคยพบเห็นเลยตั้งแต่โตมา
ริมฝีปากกดลงบนแก้มกลมของคนที่หลับปุ๋ยอย่างน่ารักน่าชัง
“ฉันเองก็ขอบคุณเธอเหมือนกัน จางอูยอง”
TBC.
Talk :: เฮะๆๆๆ อิมาเฟียร้ายกาจมาก มาปล้ำน้องถึงบ้านแม่เลยทีเดียว กรี้ดดดดดด
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ


